จับกุมเรือทิ้งสมอในแนวปะการัง เกาะราชาใหญ่
  • 18 ก.พ. 2566
  • 252

วันที่17 กุมภาพันธ์ 2566 กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่10 (กระบี่) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียน กรณีเรือหางยาวรับส่งนักท่องเที่ยวจอดเรือโดยการทิ้งสมอเรือในแนวปะการังบริเวณเกาะราชาใหญ่ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต พบว่า เรือชื่อ นิว โดราโด เลขทะเบียนเรือ 655400918 ขนาด 5.27 ตันกรอส เป็นเรือไม้ ชนิดเครื่องยนต์ดีเซล จึงได้ติดต่อ พูดคุยกับเจ้าของเรือเพื่อแจ้งการกระทำผิดที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้ควบคุมเรือยอมรับว่าทิ้งสมอเรือบนแนวปะการังจริง ทำให้ปะการังได้รับความเสียหาย แตกหัก ขนาดประมาณ 5 ตารางเมตร โดยการกระทำผิดดังกล่าว เป็นการละเมิดต่อ (1) พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า  พ.ศ. 2562 มีความผิดตาม มาตรา มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง บทกำหนดโทษตามมาตรา มาตรา 89 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 12 หรือมาตรา 29 ถ้ากระทำต่อสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (2)ประกาศประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2560 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 และประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2560 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2563  ข้อ 10 (4) มีบทกำหนดโทษตาม มาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ประกอบ มาตรา 8 พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 และ (3) คำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 445/2559 เรื่อง มาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการระงับความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริเวณเกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต ลงวันที่ 19 พ.ค. 59 ข้อ 1 ห้ามจอดเรือโดยการทิ้งสมอเรือบริเวณแนวปะการัง บทกำหนดโทษ ข้อ 11 ผู้ใดฝ่าฝืนขอห้ามตามคำสั่งนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามความในมาตร 27 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ได้ส่งบันทึกแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรฉลอง จังหวัดภูเก็ต เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สถานการณ์สำคัญทางทะเลที่เกี่ยวข้อง